กล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ภาษาอังกฤษ ตำนานกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ภาษาอังกฤษ ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ภาษาอังกฤษ The little rice box that killed his mother

กล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ภาษาอังกฤษ ตำนานกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ภาษาอังกฤษ ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่ภาษาอังกฤษ The little rice box that killed his mother

The Tale of the Stupa and a Small Box of Rice


ครั้งหนึ่งเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วที่บ้านตาดทอง ในฤดูฝนมีการเตรียมปักดำกล้าข้าว ทุกครอบครัวจะออกไปไถนาเตรียมการเพาะปลูก  มีครอบครัวของชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำพร้าพ่ออายุราว 30 กว่าปีมีนามว่า ทอง  เขาอาศัยอยู่กับแม่อายุ ราว70 กว่าปี ชื่อยายทองสา

Once upon a time, a few hundred years ago at Tad Tong village in the rainy season. Every family was out ploughing the field and preparing it for rice farming. One of the village families has a 30 year-old man  named Tong, who was fatherless, and he lived with his 70 years-old mother named Tongsa.

วันหนึ่งเขาไถนาอยู่นานจนสาย  ตะวันขึ้นสูงแล้วรู้สึกเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียมากกว่าปกติ และหิวข้าวมากกว่าทุกวัน  ปกติแล้วแม่ผู้ชราจะมาส่งก่องข้าวให้ทุกวัน แต่วันนี้กลับมาช้าผิดปกติ

One day he went farming early in the morning until late, he felt more exhausted than usual and starving for food. Usually his mother brought him a lunch box every day, but today she was late.

เขาจึงหยุดไถนาเข้าพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ ปล่อยเจ้าทุยไปกินหญ้า สายตาเหม่อมองไปทางบ้าน รอคอยแม่ที่จะมาส่งข้าว

He stopped ploughing the field and rest under the shade of a tree, let his buffalo find some grass to eat, and looking to the direction of his home waiting for his mom to deliver the food .

เขารู้สึกกระวนกระวายใจและหิวมาก ทันใดนั้นเขามองเห็นแม่เดินเลียบมาตามคันนาพร้อมก่องข้าวน้อยๆ  ห้อยต่องแต่งอยู่บนเสาแหรกคาน  เขารู้สึกไม่พอใจที่แม่เอาก่องข้าวน้อยนั้นมาช้ามาก  ด้วยความหิวกระหายจนตาลาย  อารมณ์พลุ่งพล่าน  เขาคิดว่าข้าวในก่องข้าวน้อยนั้นคงกินไม่อิ่มเป็นแน่  จึงเอ่ยต่อว่าแม่ของตนว่า

He was upset and very hungry. Then he saw his mother carrying a box of food, walking lamely from a far distance. He immediately got up and walked towards her accusing her for being late.

” แม่มัวทำอะไรอยู่ รู้หรือเปล่าว่าข้าหิวจวนจะเป็นลมอยู่แล้ว” ” อย่าโกรธเลยลูก” แม่หยุดยืนหอบหายใจถี่ๆด้วยความเหน็ดเหนื่อย เนื่องจากเดินฝ่าเปลวแดดมาเป็นระยะไกล ” แม่เป็นไข้ไม่ค่อยสบายพอลุกไหวก็รีบหุงข้าวหุงปลาแล้ วเอามาให้เอ็งนี่แหละ ” ” แล้วทำไมถึงเอาข้าวใส่กล่องใบนิดเดียวมาให้ข้า จะพอกินได้ยังไง ” ” ถึงกล่องจะเล็ก แต่แม่ก็อัดข้าวมาแน่นนะลูก ”

” What kept you so late, MOM ? Don‘t you know that I’m starving to death?” Please, don’t be upset, son .” The mother stood panting heavily with great fatigue from a long walk in the blazing sunlight. ” I was sick. But as soon as I could get up, I cooked for you immediately.” ” Why do you bring me such a small box of rice? It won’t be enough for me!” “But I stuffed the box with a lot of rice though it is small.”

ด้วยความหิว ความเหน็ดเหนื่อย ความโมโห หูอื้อตาลาย ไม่ยอมฟังเสียงใดๆ เกิดบันดาลโทสะอย่างแรงกล้า คว้าได้ไม้แอกน้อยเข้าตีแม่ที่แก่ชราจนล้มลง แล้วก็เดินไปกินข้าว กินข้าวจนอิ่มแล้ว แต่ข้าวยังไม่หมดกล่อง จึงรู้สึกว่าตนเองตีแม่ด้วยความหิว เกิดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี รีบวิ่งไปดูอาการของแม่

Feeling hungry, tired, angry, having a ringing in his ears and feeling dizzy, Tong didn’t want to listen to any excuses. He was furious and grabbed the yoke and hit his mother so hard that she fell down, and he walked away to eat his rice. After he was full, he realized that what his mother said was true. There was plenty rice left over in the box.  He felt guilty so he rushed to see his mom.

ทองเห็นแม่นอนนิ่งไม่เคลื่อนไหวจึงเข้าไปดู ปรากฏว่าหญิงชราล้มหัวฟาดพื้นสิ้นใจไปแล้ว ชายหนุ่มเริ่มสำนึกตัวว่าตัวเองทำรุนแรงกับแม่ เข้าไปกอดศพร้องไห้รำพันแต่แม่ของเขาก็ไม่มีวันฟื้นขึ้นมาได้อีกแล้ว

He saw his mother lying still and he rushed to her at once. The poor old woman had hit her head on the ground when she had fallen down and she was dead. Having realized how violently he had treated his mother, he hugged her dead body and cried his heart out. But his mother could in no way come back to life.

ทองได้สร้างพระธาตุขึ้นมาองค์หนึ่ง ณ ที่นั้น เพื่ออุทิศส่วนกุศลและใส่กระดูกของแม่ไว้เนื่องจากลักษณะของพระธาตุคล้ายกล่องที่แม่ใส่ข้าวมาให้ ชาวบ้านจึงเรียกว่า ”พระธาตุกล่องข้าวน้อย” ซึ่งในปัจจุบันอยู่ในเขตจังหวัดยโสธร

Tong built a stupa there to dedicate merit to his mother and to keep her bones. The stupa was shaped like that box of rice . People, therefore, called it “The stupa of a small Box of Rice.” It is situated in Yasothorn province in Northeastern Thailand.

(https://sites.google.com/site/thanakornosotprasop/)

โปรยทาน เงินสด ทองคำ และ สิ่งของต่างๆ มูลค่ากว่าล้านบาท ร่วมโปรยทานในงานทอดกฐินวัดแห่งหนึ่ง ใน จ.ชลบุรี

เตรียมเงินสด-แหวนทอง กว่า 1 ล้าน โปรยทานงานกฐินวัดดังเมืองชลบุรี

ครอบครัวหนึ่ง ใน จ.ชลบุรี เตรียมเงินสด ทองคำ และ สิ่งของต่างๆ มูลค่ากว่าล้านบาท ร่วมโปรยทานในงานทอดกฐินวัดแห่งหนึ่ง ใน จ.ชลบุรี

ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.บ้านเก่า อ.พานทอง จ.ชลบุรี กำลังเตรียมห่อทรัพย์สิน เพื่อนำไปโปรยทานระหว่างทอดกฐิน ในวันอาทิตย์ที่ 18 พฤศจิกายน 2561 นี้ ที่วัดเขาดินญาณนิมิต อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี รวมกว่า 1 ล้านบาท

โดยมีทรัพย์สินที่โปรยทาน ประกอบด้วย แหวนทองคำวงละครึ่งสลึง จำนวน 300 วง เงินโปรยทาน 3 แสนบาท ข้าวสาร 2 พันถุง ผลไม้ 9 อย่าง เครื่องอุปโภคบริโภค ชุดเครื่องนุ่งห่มแก่ผู้ยากไร้ ทุนการศึกษานักเรียนดีแต่ยากจน เครื่องติดตามสัญญาณชีพการทำงานของหัวใจ จำนวน 2 เครื่อง เพื่อมอบให้แก่โรงพยาบาลชัยบาดาล จ.ลพบุรี และโต๊ะจีนเลี้ยงอาหารแก่ผู้ที่มาร่วมทำบุญ

ตัวแทนครอบครัวนี้ เปิดเผย สาเหตุที่บริจาคทรัพย์สิน หรือ โปรยทาน จำนวนมากนั้น เพราะครอบครัวตนเองเคยจนมาก่อน แต่ตั้งใจทำงานอดออม ทำตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 จนประสบความสำเร็จ จึงอยากตอบแทนสังคมบ้าง ที่ผ่านมา มักบริจาคเงินตามวัดต่างๆ แจกทุนการศึกษาให้กับนักเรียนเรียนดีแต่ยากไร้ และซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อไปมอบให้กับโรงพยาบาลที่ยังขาดแคลน

ส้มตำภาษาอังกฤษ ตำส้มตำภาษาอังกฤษ ส้มตำภาษาอังกฤษคืออะไร วิธีตำส้มตำภาษาอังกฤษ ส่วนผสมส้มตำภาษาอังกฤษ Somtam How to cook Somtam Pound Somtam

ส้มตำภาษาอังกฤษ ตำส้มตำภาษาอังกฤษ ส้มตำภาษาอังกฤษคืออะไร วิธีตำส้มตำภาษาอังกฤษ ส่วนผสมส้มตำภาษาอังกฤษ Somtam How to cook Somtam Pound Somtam

Papaya salad (Som tam)

Ingredients

2 cups shredded green papaya
1/2 cup shredded carrot
1/2 cup sting bean (cut into 1'long)
2 tablespoons fish sauce1
1/2 tablespoons palm sugar
3 tablespoons lime juice
1/2 cup tomato (wedged)
1/3 cup dried shrimps
1/4 cup peanuts
10 green chilies
5 cloves fresh garlic

Preparations

 1. Use motar and prestle to crush the chilli and garlic, add shrimps, continue crushing.

2. Add sugar, continue beating with the prestle, then add the papaya, carrot, sting bean, fish sauce, lime juice, tomato, and peanuts. Continue beating until all ingredients mixed well.

3. Finally, season with sugar, fish sauce, or lime. The original taste this dish should be the balance taste between sweet, (pepper) hot, salty, and sour.

4. Serve with vegetables (cabbage, string bean, etc.). Thai people love to eat Sticky Rice with Papaya Salad. In this case, sticky rice can be served together with finished Papaya Salad.

ส้มตำ

เครื่องปรุง

มะละกอดิบหั่นฝอย 2 ถ้วยตวงแครอทหั่นฝอย 1/2 ถ้วยตวงถั่วฝักยาว 1/2 ถ้วยตวง (หั่นความยาวประมาณ 1' )น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะน้ำตาลปี๊บ 1 1/2 ช้อนโต๊ะน้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะมะเขือเทศ 1/2 ถ้วยตวง (หั่นครึ่ง)กุ้งแห้ง 1/3 ถ้วยตวงถั่วลิสง 1/4 ถ้วยตวงพริกขี้หนู 10 เม็ด (ปรับเพิ่ม/ลด ตามความต้องการ)กระเทียมสด 5 กลีบ
 

วิธีทำ

 

1. ใส่กระเทียมและพริกลงในครก ใช้สากตำพอแหลก จึงใส่กุ้งแห้งและตำต่อไปอีกสักพัก

2. ใส่น้ำตาลปี๊บ ตำต่อจนน้ำตาลละลาย จึงใส่มะละกอฝอย, แครอทฝอย, ถั่วฝักยาว, มะเขือเทศ, ถั่วลิสง ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำมะนาว จากนั้นจึงตำต่อจนส่วนผสมทั้งหมดเคล้ากันทั่ว

3. ปรุงรสให้ถูกปากด้วย น้ำตาล, น้ำปลา หรือน้ำมะนาวเพิ่ม รสดั้งเดิมจะมีรสหวาน, เผ็ด และเปรี้ยวพอๆกัน

4. ตักใส่จานและโรยหน้าด้วยถั่วลิสง เสิรฟพร้อมผักสด (กะหล่ำปลี, ถั่วฝักยาว, ผักบุ้งไทย, อื่นๆ) และข้าวเหนียวร้อนๆ

 

คลินิกฉาวทำอนาจารคนไข้สาว อึ้ง! ใช้ลิ้นกับอวัยวะเพศ อับอายไม่กล้าแจ้งความ

คลินิกฉาวทำอนาจารคนไข้สาว อึ้ง! ใช้ลิ้นกับอวัยวะเพศ อับอายไม่กล้าแจ้งความ

เหยื่อโผล่แฉเพียบ หมอคลินิกฉาวทำอนาจารคนไข้สาว อึ้ง! ใช้ลิ้นกับอวัยวะเพศ อับอายไม่กล้าแจ้งความ

วันที่ 16 พ.ย. 61 จากกรณีที่เพจเฟซบุ๊ก “ทนายนิด้า” เผยแพร่เรื่องราวที่หมอรายหนึ่งในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ ข่มขืนคนไข้สาวระหว่างตรวจภายใน ล่าสุด มีหญิงสาวอีกหลายรายที่อ้างว่าตัวเองเป็นผู้เสียหายจากหมอรายดังกล่าวด้วย

โดยนางสาวแก้ว (นามสมมติ) อายุ 16 ปี เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ตนได้เข้าไปตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจการตั้งครรภ์กับมารดาของตน โดยภายหลังจากที่ตรวจปัสสาวะเรียบร้อยแล้ว อยู่ดี ๆ คุณหมอก็ให้ตนเข้าไปตรวจภายในด้วย ซึ่งตอนเข้าไปตรวจนั้น แม่นั่งรออยู่ด้านนอก ส่วนภายในห้องตรวจมีเพียงตนและหมอเพียงลำลัง ขณะนั้นห้องตรวจมีผ้าม่านปิดกั้นไว้เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวพูดคุยกับนางสาวแก้ว (นามสมมติ) ผู้เสียหาย
ขณะที่ตนขึ้นบนขาหยั่งเพื่อตรวจภายใน หมอมีการใช้นิ้วจับลูบคลำที่อวัยวะเพศ จากนั้นก็มายืนชิดอยู่ระหว่างกลางขาจนติดอวัยวะเพศ จากนั้นขอให้เปิดดูที่หน้าอก ก่อนจะใช้มือจับที่หน้าอกและมาเล้าโลมที่ซอกคอ ก่อนจะใช้อุปกรณ์ลักษณะเป็นแท่งเหล็กยาวสอดใส่ดึงเข้าออกหลายครั้ง สลับกับก้มลงดมที่อวัยวะเพศ และพูดชี้นำเรื่องกระบวนท่าในการมีเพศสัมพันธ์ ในเชิงลามก ในขณะนั้นตนรู้สึกช็อก ตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงดัง หลายคนถามว่า ทำไมไม่ตะโกนเรียกคนช่วย ทำไมไม่ขัดขืน คำตอบคือตนทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์นี้ และเพราะความไว้วางใจที่เห็นว่าเป็นหมอที่เก่ง มีฝีมือเก่ง เมื่อเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง จนกระทั่งตนบอกหมอว่าอยากกลับบ้าน บอกหมอไปทั้งน้ำตาคลอ หมอจึงยอมให้กลับบ้านแต่โดยดี

จากนั้นตนจึงเดินออกมารับยากลับบ้าน หมอยังทักก่อนกลับอีกว่าหน้าอกสวย เหมือนแม่เลยนะ ซ้ำยังมีการชักชวนแม่ของตนให้ตรวจภายในด้วย จากนั้นตนจึงเงียบและไม่ตอบอะไร ก่อนจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้แม่ทราบ ส่วนสาเหตุที่ไม่ได้เข้าไปแจ้งความนั้น เนื่องจากไม่มีหลักฐาน และคิดว่าไม่สามารถเอาผิดกับหมอได้

นางสาวต้า (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ผู้เสียหาย
ขณะที่นางสาวต้า (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ผู้เสียหายอีกราย เปิดเผยว่า ตนเข้ารับการรักษาเนื่องจากเป็นฝี จึงมารักษาตามคำแนะนำของรุ่นพี่ ซึ่งก่อนเข้าไปรักษารุ่นพี่ได้เตือนแล้วว่าหมอรายนี้เก่ง แต่ “ก็ระวังไว้นะ” ซึ่งวันที่เข้าตรวจรักษาก็มีพยาบาลแนะนำ ซักประวัติ และบอกอาการป่วยตามปกติ จากนั้นจึงเปลี่ยนชุดเพื่อขึ้นขาหยั่ง หมอก็เริ่มตรวจรักษาด้วยการใช้ มือจับคลำหน้าอกพร้อมบอกว่า หน้าอกสวย มีลูกแฟนยัง และตลอดการรักษายังเรียกตนอีกว่าที่รัก ซึ่งตนมองว่าคงเป็นความใกล้ชิดคนไข้ นอกจากนี้ ระหว่างการตรวจ หมอพยายามสาธิตการมีเพศสัมพันธ์ และมาเป่าลมซอกคอ เลียหู จนกระทั่งรักษาเสร็จ

ในเวลาต่อมาตนมีอาการป่วยรอบสองด้วยอาการเดิม จึงต้องกลับมาหาหมอใหม่อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ถูกล่วงละเมิดหนักกว่าเดิม เนื่องจากเป็นคนไข้คนเดียวในคลินิก โดยมีการใช้ลิ้นที่อวัยวะเพศ และสาธิตการมีเพศสัมพันธ์ จนกระทั่งเป้ากางเกงหมอเปื้อนเลือดของตน และยังบอกกับตนว่าเป็นวิธีการรักษาของเมืองนอก จากนั้นเมื่อรักษาเสร็จ หมอควักเงินให้ 2,000 บาท บอกให้นำไปใช้ในการจ่ายค่ารักษา

ครั้งที่แล้วที่เกิดเหตุมีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์ไว้แล้ว แต่ตำรวจขอให้จบเรื่องด้วยการชดเชยค่าเสียหาย ตนจึงรู้สึกว่าไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการดำเนินคดีกับหมอรายนี้ให้ถึงที่สุด และยังรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมด้วย เหมือนว่าตำรวจมีส่วนที่ทำให้คดีไม่คืบหน้า จนไม่สามารถเอาผิดกับหมอรายนี้ได้ ทั้งที่เป็นหมอที่มีความผิดปกติทางจิต และมีเหยื่อหลายรายที่เป็นผู้เสียหาย

หมอข่มขืนคนไข้ คดีดังหมอข่มขืนคนไข้ที่นครสวรรค์ หมอสูตินารีเวชข่มขืนคนไข้สาว


หมอ รพ.ดัง มอบตัวคดีข่มขืนสาวระหว่างตรวจภายใน เหยื่อเล่าโดนทั้งจูบ ไซ้!

วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 - 16:25 น.
หมอ รพ.ดัง มอบตัวคดีข่มขืนสาวระหว่างตรวจภายใน เหยื่อเล่าโดนทั้งจูบ ไซ้!
จากกรณี มีการเผยแพร่เรื่องราวจากเพจ ทนาย นิด้า โดยระบุว่า แพทย์ได้ก่อเหตุข่มขืนสาว ระหว่างที่ไปตรวจภายใน และมีการเจรจาให้เงินเพื่อให้เรื่องเงียบนั้น

เมื่อวันที่ 15 พ.ย. พ.ต.ท.บุญเชิด จันทร์มณีรอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองนครสวรรค์ เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้รวบรวมหลักฐานเรียกหมอ ที่โดนกล่าวหาว่า ข่มขืนคนไข้ ซึ่งทำงานอยู่โรงพยาบาลรัฐประจำจังหวัด โดยมารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้ง 2 ข้อหา คือ อนาจารและกระทำชำเรา แต่ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธและขอไปให้การในชั้นศาลเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้รวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินการต่อไป

กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 29 ปี พนักงานราชการสังกัด อบต.แห่งหนึ่ง มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรงและเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลอุทัยธานีแต่ไม่หาย จึงมารักษาที่คลินิก จ.นครสวรรค์

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น.ส.เอ ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าทำการตรวจภายในตามปกติ แต่พบความผิดปกติ หมอได้ล็อกประตู ปิดไฟ ก่อนที่จะส่องกล้องและอธิบายเรื่องอวัยวะเพศที่แสดงบนจอ พร้อมกับใช้นิ้วตรวจสอบบริเวณอวัยวะเพศ

โดยพบว่าระหว่างนั้น แพทย์เข้าประชิดตัว และคนไข้รู้สึกเหมือนมีอะไรมาถูไถที่อวัยวะเพศ จากนั้น หมอเอามือกดที่ท้องน้อยและยังคงมีเหมือนอะไรถูไถตลอดเวลา ซึ่งหมอระบุว่า จะสอนวิธีการมีเพศสัมพันธ์ให้ ไม่ให้เกร็งหน้าท้อง ระหว่างนั้น หมอได้โน้มตัวทับเป่าบริเวณซอกคอประมาณ 5 นาที พร้อมให้ผู้เสียหายจินตนาการว่ากำลังมีเพศสัมพันธ์ ก่อนพยายามกอดจูบ ผู้เสียหายจึงผลักประมาณ 3 ครั้ง จึงลุกออกไป

ต่อมาวันที่ 21 ก.ย.ที่ผ่านมา น.ส.เอ กลับมารักษาที่คลินิกดังกล่าวอีกครั้ง ได้รู้สึกเหมือนมีลมเป่าที่อวัยวะเพศ และระบุว่า จะใส่เครื่องมือที่ช่องคลอด แต่รู้สึกเจ็บมากและชา จนรู้สึกว่ามีนิ้วสอดด้านใน พร้อมถูวน จากนั้นได้ยินเสียงรูดซิป พร้อมทั้งรู้สึกมีของบางอย่างเข้าออกที่อวัยวะเพศตลอดเวลา และถูกจูบที่คอเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น ประมาณ 15-20 นาที

โดยผู้เสียหายระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความอับอายและได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ผู้เสียหายจึงได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีเอาผิดกับหมอรายนี้ให้ถึงที่สุดต่อไป

ขอบคุณภาพ เพจ วันนี้ที่ปากน้ำโพ

ทำความรู้จัก Dark Web ซึ่งในความเป็นจริง Dark Web มุมมืดที่ดำสนิทของโลกออนไลน์นี้มีมานานนับสิบสิบปีแล้ว

เนื่องจากช่วงนี้มีประเด็นข่าวดีเจสาวฆ่าลูกแมวและถ่ายคลิปเพื่อไปแลกบิทคอยน์ใน Dark Web ซึ่งในความเป็นจริง Dark Web มุมมืดที่ดำสนิทของโลกออนไลน์นี้มีมานานนับสิบสิบปีแล้ว จากกระแสของคดีสังเวยน้องแมวอย่างหฤโหดตามที่แอดมิ้นได้แชร์มาเมื่อวาน ทำให้เว็บใต้ดินหรือที่เรียกว่า Deep Web และ Dark Web ถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง สมาชิกหลายท่านอาจจะสงสัยว่าเว็บใต้ดินที่ว่านี้มันต่างจากเว็บไซต์ทั่วไปอย่างไร? มันไปแอบอยู่ตรงไหนของโลกอินเทอร์เน็ต?? และถ้ามีจริงมันมีความดำมืดอะไรในจิตใจคนเผยแพร่อยู่ในนั้น??? วันนี้ผมขอพาทุกท่านไปรู้จักกับโลกใต้ดินของอินเทอร์เน็ต Into the World of Deep and Dark Web กันนะครับ

ปัจจุบันนี้ มีเว็บไซต์ที่เปิดเผยสู่สาธารณะที่สามารถค้นหาเจอโดยใช้ Search Engine เพียง 4% เท่านั้น ส่วนที่เหลืออีก 96% เป็นเว็บไซต์ที่ซ่อนตัวอยู่และไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยวิธีปกติ ลักษณะการทำงานและการเข้าถึงพื้นผิวข้อมูลของเว็บไซต์ต่างๆสามารถอธิบายให้เข้าใจง่ายๆได้ดังนี้ครับ

  • Surface Web คือ เว็บไซต์ที่เปิดให้ผู้ใช้เข้าถึงได้ด้วยวิธีปกติ (รู้จักกันในชื่อ World Wide Web) สามารถค้นหาเว็บไซต์เหล่านี้ได้ผ่าน Search engine ทั่วๆไปเบสิค

  • Deep Web เป็นเว็บไซต์ที่ไม่ปรากฎในฐานข้อมูล Search engine และไม่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าถึงได้ด้วยวิธีปกติ เช่น เว็บที่ใช้งานเฉพาะเครือข่ายภายในองค์กรต่างๆ

  • Dark Web เป็นเว็บไซต์ที่ตั้งใจซ่อนอำพรางการเข้าถึงและปกปิดข้อมูลผู้อยู่เบื้องหลังโดยส่วนใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อใช้ในเชิงผิดศีลธรรมและกฎหมาย

ทีนี้คำถามของคนส่วนใหญ่ที่ใฝ่รู้ คือ เราจะสามารถค้นหาข้อมูลใน Deep Web และ Dark Web อันลึกสุดกู่ได้อย่างไร? ประการแรก เราต้องเข้าใจความหมายของ Deep Web และ Dark Web ก่อนเพราะทั้งสองคำนี้มักถูกนำมาใช้ในความหมายที่คลาดเคลื่อนอยู่บ่อยๆ ดั่งที่กล่าวมาข้างต้น #DeepWeb# คือ ส่วนหนึ่งของโลกอินเทอร์เน็ตที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะและไม่สามารถค้นหาได้ผ่าน search engine ไม่ว่าเว็บไซต์ใดๆก็ตามที่ต้องใช้รหัสผ่าน (specific pass-code) ในการเข้าถึงล้วนจัดเป็น Deep Web ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าการทำธุรกรรมการเงินของธนาคารไปจนถึงหน้าแก้ไขโปรไฟล์ในเว็บบอร์ดหรือ social networking service ต่างๆส่วนตัวที่เราใช้กัน ส่วน #DarkWeb# นั้นเป็นส่วนหนึ่งของ Deep Web อีกที ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่มีการป้องกันและเข้ารหัสอย่างแน่นหนา จำเป็นต้องใช้ซอฟต์แวร์และวิธีการพิเศษในการเข้าถึง ผู้ที่เข้ามาใช้บริการ Dark Web ส่วนใหญ่นั้น ทั้ง host และ user จะปกปิดตัวตนอย่างมิดชิด ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นใครทำอาชีพอะไรอยู่ที่ไหน กล่าวง่ายๆมันคือตลาดมืดออนไลน์ในโลกใต้ดินของโลกอินเทอร์เน็ตดีๆนี่เอง และนี่คือเหตุผลที่ทำไม Dark Web มักจะเต็มไปด้วยสิ่งผิดกฎหมายไร้ศีลธรรมมีแต่สิ่งเสื่อมทรามและอะไรอีกหลายอย่างบลาๆๆที่คนธรรมดาอย่างเราควรหลีกเลี่ยงที่จะเข้าไปข้องเกี่ยว

จากการวิจัยของ King’s College London พบว่าเกินครึ่งของสิ่งที่อยู่ใน Dark Web เป็นสิ่งผิดกฏหมายอย่างร้ายแรง
กิจกรรมในโลกมืดนี้มีหลากหลายตั้งแต่ระดับเล็กๆเช่น การรณรงค์ทางการเมือง บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล ปลอมแปลงเอกสาร เส้นทางการฟอกเงิน ศูนย์รวมแฮ็คเกอร์มืออาชีพ สื่อลามกผิดกฎหมาย ไปจนถึงระดับร้ายแรงอาทิ การก่อการร้ายในประเทศต่างๆ ค้ามนุษย์ ค้ายา ค้าอาวุธเถื่อน ค้าอวัยวะในตลาดมืด รวมไปถึงมือปืนรับจ้างนักล่าประเภทต่างๆ☠️💀และเป็นทีแน่นอนว่าหากตัวตนของ user หรือ host ถูกเปิดเผยขึ้นมา พวกเขาจะต้องถูกกฎหมายตามล่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การปกปิดตัวตนจึงเป็นหัวใจสำคัญของคนในวงการที่เข้ามาใช้บริการต่างๆของ Dark Web.

คนใกล้ตายเป็นอย่างไร? ความรู้สึกคนกำลังจะตาย ความรู้สึกคนกำลังจะหมดลมหายใจ

“ตอนใกล้ตาย” มันมีความรู้สึกอย่างไร?

อาการของการ “ตาย” ที่คนอื่นได้ศึกษามาหรือเคยได้พูดคุย
กับคนมีประสบการณ์ใกล้ตาย (near-death experience) นั้นเป็นเช่นไร คุณหัชชา ณ บางช้าง เคยค้นคว้าเรื่องนี้มาเขียนใน “ภาวะหลังตาย” และเล่าว่า “กระบวนการตาย” ในระยะต่าง ๆ นั้นเป็นเช่นไร
ท่านบอกว่ามันมี 4 ขั้นตอนอย่างนี้

๑. ระยะแรก เป็นระยะที่ธาตุดินเริ่มสลายตัว
     กลายเป็นน้ำ ผู้ตายจะรู้สึกอ่อนระโหย     
     ไม่มีแรง การมองเห็นต่าง ๆ เริ่มเสื่อม   
      มองอะไร ๆ ก็ไม่ชัด ทุกอย่างดูมัว ไปหมด
      ทุกอย่างที่เห็น เหมือนมองไปกลางถนน
      ขณะแดดจัดๆภาพต่างๆจะเต้นระยิบระยับ
      เต็มไปหมด

๒. ระยะที่น้ำจะกลายเป็นไฟ ช่วงนั้น
     น้ำในร่างกายเริ่มแห้งลง จะรู้สึก ชา ๆ ตื้อ ๆ
     เริ่มหมดความรู้สึก ไล่จากปลายเท้าขึ้นมา
     ประสาทหูเริ่มไม่รับรู้คือเริ่มไม่ได้ยินเสียง
     อะไร มองไปทางไหนก็เห็นแต่ควัน

๓. ระยะนี้ไฟเปลี่ยนเป็นลม  
     หูจะไม่ได้ยินอะไรอีกเลย รู้สึกหนาว
     จับใจ ความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ หยุดหมด 
     ลมหายใจอ่อนลงเรื่อย ๆ  
     จมูกเริ่มไม่รับความรู้สึกเรื่องกลิ่น

๔. ระยะนี้ ธาตุลมจะเปลี่ยนเป็นอากาศธาตุ
     ตอนนี้ เจตสิกทุกอย่าง รวมทั้งการหายใจ
     จะหยุดหมดพลังงานทั้งหลายที่เคย
     ไหลเวียนอยู่ในร่างกายจะไหลกลับคืนไปสู่
     ระบบประสาทส่วนกลางหมด ลิ้นแข็ง   
     ไม่รับรู้เรื่องรสชาติใดๆความรู้สึกสัมผัส 
     หมดไป ความรู้สึกอยากโน่น อยากนี่ต่าง ๆ
     ที่เคยมีก็หมดไป มีความรู้สึกเหมือน
     อยู่กับแสงเทียนที่กำลังลุกโพลงอยู่เท่านั้น

ท่านบอกว่าตอนนี้แหละที่แพทย์จะประกาศว่า
ผู้ป่วยในความดูแล “ถึงแก่กรรม” แล้ว (clinical death)

นั่นก็คือจุดที่ “เวทนา” ทั้งหมดดับไป สมองและระบบไหลเวียนต่าง ๆ ของร่างกายหยุดทำงานหมด แปลว่ารูปและนาม หรือเบญจขันธ์ ตายไปแล้ว

ก็ต้องถกกันต่อไปว่า ถ้าเราเชื่อว่า วิญญาณยังอยู่ต่อเมื่อร่างกายสลายไป จะไปอยู่ที่ไหนอย่างไรต่อไป

อ่านเจออีกแหล่งหนึ่งเรื่อง “ลักษณะการตาย” ตามแนวคิดแบบ “เซน” ที่คุณ “โชติช่วง นาดอน” เคยรวบรวมไว้ในหนังสือ “จิตคือพุทธะ” เมื่อนานมาแล้ว

ท่านบอกว่าคนเราตายได้สองลักษณะ คือ “ตายอย่างปราศจากที่พึ่ง” และ
“ตายอย่างสมบูรณ์ด้วยที่พึ่ง”

คนที่ตายย่างแรกนั้นเวลาใกล้จะสิ้นลม มีอารมณ์ผิดไปจากปกติ จิตใจกลัดกลุ้มยุ่งเหยิง เรียกว่า “จิตวิการ” ซึ่งหมายถึงจิตเกิดความปวดร้าวทรมานเพราะ
ยัง “ยึดติด” กับหลายเรื่อง

หรือที่เรียกว่า “ไม่ยอมตายทั้ง ๆ ที่ต้องตาย” นั่นคือจิตใจยังติดข้องกับอุปาทาน ๔ ประการคือ

๑. ติดอยู่กับทรัพย์สินเงินทอง
๒. ห่วงใยอาลัยในสิ่งที่เป็นรูป และอรูป    
     โดยเห็นว่าเป็นของเที่ยง
๓. มีนิวรณ์ความวุ่นวาย ฟุ้งซ่าน
     มาห้ามจิตมิให้บรรลุความดี
๔. มีความดูแคลนเมินเฉยในคุณพระรัตนตรัย

เขาบอกว่าคนส่วนใหญ่ตายลักษณะอาการ
อย่างนี้ เรียกว่าตายอย่างอนาถา

ส่วนการตายอย่างสมบูรณ์ด้วยที่พึ่งนั้น
แปลว่าคนใกล้ตายมีสติอารมณ์ผ่องใส
ไม่หวั่นไหว และซาบซึ้งในวิธีของมรณกรรม และยึดหลัก ๔ ประการคือ

๑. มีอารมณ์เฉย ๆ  
     ซาบซึ้งถึงกฎธรรมดาแห่งความตาย
๒. ซาบซึ้งถึงสภาพการณ์สิ่งในโลกของ
     ความไม่เที่ยง ไม่เป็นแก่นสาร
๓. รำลึกถึงกุศลกรรมที่ได้ผ่านมาในชีวิต     
     และเกิดปิติปลาบปลื้ม
๔. ยึดมั่นเอาคุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง
     อยู่ตลอดเวลาจนสิ้นลมหายใจ

ด้วยเหตุนี้แหละ, จึงเห็นว่าการ
“ฝึกตายก่อนตาย”ดั่งที่ท่านพุทธทาส หรือ.. หลวงพ่อ หลวงปู่ ครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะ..
หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี ท่านเคยสอนเรานั้น
เป็นเรื่องที่ประเสริฐสุดแล้ว

แต่คนส่วนใหญ่กลัวตาย แม้จะเอ่ยถึงคำว่าตายก็รับไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นการ “แช่ง” ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครหนีความตายได้แม้แต่คนเดียว
การเรียนรู้ “มรณาอุปายะ” หรือ “ฝึกตายก่อนตาย” นั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ทำให้มันสนุกเสีย ให้มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นน่ายินดี ก็จะทำให้ความทุกข์ระหว่างมีชีวิตอยู่นั้น
ลดน้อยถอยลง และเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากโลกนี้ไปก็ไม่ตกใจ
ไมตื่นเต้น ไม่รันทดและทรมานเพราะ..
ความกลัวและความไม่ต้องการที่จะจากไป

ชาวพุทธที่ฝึกปฏิบัติธรรมในสาระจริง ๆ (ไม่ใช่แค่ทำบุญแล้วนึกว่าจะต้องไปสวรรค์
โดยไม่ต้องปฏิบัติธรรม) ก็จะเข้าใจว่า.. “ขันธ์ทั้งห้า” ล้วนไม่เที่ยง ไม่มีความแน่นอน เปลี่ยนแปลงและทรุดโทรม และท้ายสุดก็แตกดับไป และระหว่างที่มรณกาลมาถึงนั้น ขันธ์ห้าก็ย่อมจะแปรปรวน จึงควรจะเตรียมตัวและเตรียมใจไว้

เมื่อความตายมาถึง, เราก็จะได้ไม่ทุรนทุราย และตายอย่างมีสติ และ “รู้เท่าทันความตาย” ซึ่งเป็นสุดยอดของการมีชีวิตอยู่นั่นเอง..

ขอขอบคุณ คุณธนัฐณ์ สกุลธัญวีสิริ

บทความแนะนำ Recomment Article

วิเชียร ชิณวงษ์ ประวัตินายวิเชียร ชิณวงษ์ ประวัติวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าชุดจับกุม CEO อิตาเลี่ยนไทยลักลอบล่าสัตว์ป่า

ประวัติของนายวิเชียร ชิณวงษ์ นายวิเชียร ชิณวงษ์ เกิดที่บ้านลิ้นฟ้า อำเภอยางชุมน้อย จังหวัดศรีสะเกษ เรียนจบจากศรีสะเกษวิทยาลัย และจบมหาวิทยา...